สหรัฐยกระดับพันธมิตรกับญี่ปุ่น สู้อำนาจจีนในอินโด-แปซิฟิก

0 Comments

ประธานาธิบดีสหรัฐและนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเห็นพ้อง ยกระดับการเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงระดับทวิภาคี เพื่อรับมือกับความท้าทายจากจีน ที่มีต่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซึงะ ผู้นำญี่ปุ่น ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันศุกร์ โดยซึงะนับเป็นผู้นำรัฐบาลต่างประเทศคนแรก ซึ่งเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ไบเดนรับตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา
 
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระดับทวิภาคี ประเด็นเกี่ยวกับจีนเป็นหัวข้อหารือสำคัญ บ่งชี้ว่าสหรัฐต้องการให้ญี่ปุ่น “เป็นตัวแทนแสดงบทบาท” ตามแผนยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ขณะเดียวกัน ผู้นำทั้งสองประเทศยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับ “จุดร้อน” ด้านภูมิศาสตร์การเมืองอีกหลายแห่งในทวีปเอเชีย หนึ่งในนั้นคือช่องแคบไต้หวัน ที่ซึงะกล่าวว่า ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับ “สันติภาพและเสถียรภาพ” ในช่องแคบไต้หวัน
 
ด้านไบเดนกล่าวถึงการประชุมร่วมกับผู้นำญี่ปุ่นว่า “เป็นไปอย่างสร้างสรรค์” และความสนับสนุนของสหรัฐทุกด้านที่มีต่อการดำเนินงานของรัฐบาลโตเกียว “แข็งแกร่งดุจหินผา” เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพให้กับความเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศ “ที่มีเป้าหมายเดียวกัน” นั่นคือการเผชิญกับความท้าทายจากรัฐบาลปักกิ่ง ทั้งในเรื่องทะเลจีนตะวันออก ทะเลจีนใต้ และเกาหลีเหนือ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ว่าอินโด-แปซิฟิก จะเป็นภูมิภาคที่เปิดกว้างเรื่อยไป
 
ขณะที่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของญี่ปุ่นรายงานว่า นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐและนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นหารือร่วมกันเกี่ยวกับไต้หวัน และมีการออกแถลงการณ์ร่วมกันอย่างเปิดเผยในเรื่องนี้ นับตั้งแต่ปี 2512 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นชุดปัจจุบันยังคงตกเป็นที่วิจารณ์ของหลายฝ่ายในต่างประเทศ รวมถึงสหรัฐว่า “ยังไม่มีท่าทีแข็งกร้าวเพียงพอ” ต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนในจีน และสถานการณ์ในฮ่องกง
 
สำหรับท่าทีจากกรุงปักกิ่งนั้น นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “มีความวิตกกังวล” ต่อการพบหารือระหว่างผู้นำสหรัฐกับญี่ปุ่น และทั้งสองประเทศ “ควรจริงจัง” กับปฏิกิริยาของจีนนับจากนี้ โดยปฏิเสธให้รายละเอียดเพิ่มเติม